เรียนอะไรดี ?
คุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ?
- มีความไม่แน่ใจ มีความสับสน กังวล มีความเครียด ในการที่จะเลือกสาขาการศึกษาเพื่อ Admission /Entrance
- ต้องการลดความเหนื่อยล้า ลดความสิ้นเปลืองเงินและเวลา ในการเตรียมตัว Admission/Entrance เช่น ลดการกวดวิชา/เรียนพิเศษ
- มีความคิดเห็นไม่ตรงกันกับผู้ปกครองในการเลือกสาขาศึกษา
- ต้องการมีความมั่นใจที่จะ Admission/Entrance ในสาขาที่ “ใช่” สำหรับตน
- ต้องการค้นพบตัวเอง อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วตนมีความถนัดโดยธรรมชาติในการเรียน/ศึกษาสาขาอะไรบ้าง? แค่ไหน?
- อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วตนมีบุคลิกภาพ (ลักษณะต่างๆ) อย่างไร? แค่ไหน? เหมาะกับสาขาอะไรบ้าง? แค่ไหน?
- อยากเรียนในสาขาศึกษาที่ตนมีความสุขในการเรียนและเรียนได้ดี
- อยากได้งานอาชีพที่ดีๆ อยากประสบความสำเร็จในการทำงาน และอยากค้นพบตนเอง
จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นเวลาหลายสิบปี ผู้ก่อตั้งสถาบันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ HMD และคณะที่ปรึกษาผู้วิเคราะห์และให้คำแนะแนวฯ สรุปได้ว่า
“เกินกว่า 50% ของผู้ที่มารับการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกว่าจ้างในตำแหน่งที่ต้องใช้วุฒิปริญญาตรีบรรจุ เลือกสาขาศึกษา “ผิด” ทำให้ไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อว่าจ้าง”
ทำไมคนจำนวนมากจึงเลือกสาขาศึกษา “ผิด”
จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นเวลาหลายสิบปี ผู้ก่อตั้งสถาบันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ HMD และคณะที่ปรึกษาผู้วิเคราะห์และให้คำแนะแนวฯ สรุปได้ว่า เกินกว่า 50% ของผู้ที่มารับการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกว่าจ้างในตำแหน่งที่ต้องใช้วุฒิปริญญาตรีบรรจุ เลือกสาขาศึกษา “ผิด” ทำให้ไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อว่าจ้าง การเลือกสาขาศึกษา “ผิด” จะเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้
- เลือกสาขาฯ ที่ไม่สอดคล้องกับความถนัดโดยธรรมชาติในการเรียนของตน
- เลือกสาขาฯ ที่ไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ (ลักษณะต่างๆ) ของตน
- เลือกสาขาที่สอดคล้องกับความถนัดฯ แต่ไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพของตน
- เลือกสาขาที่สอดคล้องกับบุคลิกภาพของตนแต่ไม่สอดคล้องกับความถนัดของตน
- เลือกสาขาที่ไม่สอดคล้องทั้งความถนัดฯ และบุคลิกภาพของตน
เลือกสาขาศึกษา “ผิด” มาจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- เลือกสาขาตามค่านิยมหรือกระแสนิยม หรือความเชื่อว่า จบสาขานี้ หางานง่าย เงินเดือนดี
- เลือกสาขาตามความต้องการของผู้ปกครอง หรือที่ผู้ปกครองแนะนำ
- เลือกสาขาตามเพื่อน แฟน เลือกตามคำแนะนำของรุ่นพี่หรือคนรอบข้าง
- เลือกเพราะคิดว่าขอให้ Admission/ Entrance ติดไว้ก่อน
ไม่ว่าจะเลือกสาขาผิดเพราะเหตุใดก็ตาม แต่สาเหตุที่แท้จริง คือ ผู้นั้นไม่รู้จักตัวตนดีพอในด้านความถนัดโดยธรรมชาติในการเรียน และไม่รู้ดีพอว่า ตนมีบุคลิกภาพอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่น/จุดแข็ง และบุคลิกภาพอะไรบ้างที่เป็นจุดด้อย/จุดอ่อน และถึงแม้ว่าพอจะรู้ความถนัดฯ ในการเรียนประกอบกับบุคลิกภาพของตน แต่ก็ไม่รู้ดีพอว่า ความถนัดฯ และบุคลิกภาพของตนนี้สอดคล้องกับสาขาศึกษาไหนบ้าง สอดคล้องมากน้อยแค่ไหน
เลือกสาขาศึกษาผิด แล้วจะเป็นอย่างไร ?
- ขณะเรียน ม. ปลาย ต้องคร่ำเคร่งในการเรียน เรียนพิเศษ กวดวิชาเกินความจำเป็น ทำให้มีความเครียดทั้งจิตใจและร่างกายอยู่เนืองๆ และเป็นภาระของผู้ปกครองเกินความจำเป็นในการรับส่งและค่าใช้จ่าย
- ความกังวลมาก ขาดความมั่นใจในการ Admission/Entrance
- โอกาส Admission/Entrance ได้ มีน้อย
- หาก Admission/Entrance ได้ มักจะเรียนอย่างไม่มีความสุข และมักจะต้อง Admission/ Entrance ใหม่ ในปีถัดไป ทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสของชีวิตและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนไป 1 ปี
- หากทนเรียนไปจนจบ มักจบด้วยผลการเรียนไม่ค่อยดีหรือไม่ดีพอ ทำให้หางานอาชีพยาก และมักได้งานไม่ค่อยดี ทำงานอย่างไม่มีความสุข แรงจูงใจในการทำงานต่ำ อนาคตไม่สดใส
- เป็นการยากมากหากจะเปลี่ยนสาขาศึกษาไปเรียนสาขาอื่นเมื่อจบแล้ว ดังนั้น ชีวิตจึงเสียหลักไปเรื่อยๆ (เว้นแต่จะเป็นคนโชคดีมากๆ ซึ่งมีอยู่น้อยนิด)
คำพูดที่เป็นกับดักในการเลือกสาขาศึกษา ?
จะรู้ได้อย่างไรว่าชอบเพราะยังไม่ได้เข้าไปเรียน ไปสัมผัส อีกอย่างหนึ่ง หากรู้สึกว่าชอบแต่ไม่ค่อยมีความถนัดในการเรียน ความทุกข์ยากในการเรียน การสอบ ก็จะเกิดขึ้น ผลการเรียนคงไม่ดีพอ แล้วก็อยาก Admission/Entrance ใหม่ หรือทนเรียนไปจนจบอย่างทุลักทุเล อนาคตการหางาน การทำงานอาชีพคงจะทุลักทุเล มืดมน เช่นกัน
ดูเผินๆ เหมือนจะใช่ หากคุณมีเพียงความถนัดที่จะเรียนได้ดี แต่บุคลิกภาพคุณ ไม่ใช่/ไม่สอดคล้อง คุณก็ไม่มีความสุขในการเรียน ทำให้แรงจูงใจโดยธรรมชาติในการเรียนถูกบั่นทอนตลอดเวลา ยิ่งเมื่อจบมาแล้วต้องทำงานอาชีพอยู่กับสิ่งคุณที่ไม่ชอบ ชีวิตก็คงเครียด ขาดแรงจูงใจในการทำงาน อับเฉาอยู่เนืองๆ จึงเกิดลักษณะที่ว่า “ชอบ” กับ “ ใช่” ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคุณไม่มีความถนัดในการเรียนดีพอ โอกาสที่คุณจะสอบ Admission ได้ก็มีน้อย และถึงจะ Admission โอกาสที่จะเรียนได้ดีคงมีน้อย ดังนั้น โอกาสที่จะหางานดีๆ ได้ คงมีน้อยตามไปด้วย
กรณีนี้มักปลอบใจตนเองว่า จบแล้วคงพอมีงานทำ หรือ ยึดถือคติว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” แล้วก็ตายจริงๆ แต่เป็นการตายทั้งเป็น เพราะอะไรที่ง่ายๆ ย่อมไม่มีคุณค่าดีๆ เมื่อคุณจบ คุณจะมีความยากลำบากในการหางานอาชีพตามที่เรียนมา เงินเดือนต่ำ ความมั่นคงต่ำ มองไม่ค่อยเห็นอนาคตที่สดใส ชีวิตหดหู่ เศร้าหมอง รู้สึกมีปมด้อย
กรณีนี้ ก็คล้ายๆ กับคำพังเพยที่ว่า”ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ซึ่งนอกจากไม่จริงเสมอไปแล้ว ยังทำให้ชีวิตหลงทางได้ง่าย โดยเฉพาะในการเลือกสาขาศึกษา คุณคงประจักษ์ได้จากประสบการณ์ของคุณเองในการเรียนวิชาที่คุณมีความถนัดน้อย แม้ว่าคุณจะใช้ความพยายามทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอีก ผลการเรียนไม่ดี ดังนั้น คำพังเพยสำหรับกรณีนี้จึงไม่เป็นจริง และทำให้ชีวิตหลงทางได้โดยง่าย