Skip to main content

เรียนอะไรดี ?

คุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ?

จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นเวลาหลายสิบปี ผู้ก่อตั้งสถาบันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ HMD และคณะที่ปรึกษาผู้วิเคราะห์และให้คำแนะแนวฯ สรุปได้ว่า 
 

“เกินกว่า 50% ของผู้ที่มารับการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกว่าจ้างในตำแหน่งที่ต้องใช้วุฒิปริญญาตรีบรรจุ เลือกสาขาศึกษา “ผิด” ทำให้ไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อว่าจ้าง”

 

ทำไมคนจำนวนมากจึงเลือกสาขาศึกษา “ผิด”

จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในบริษัทขนาดใหญ่มาเป็นเวลาหลายสิบปี ผู้ก่อตั้งสถาบันแนะแนวการศึกษาและอาชีพ HMD และคณะที่ปรึกษาผู้วิเคราะห์และให้คำแนะแนวฯ สรุปได้ว่า เกินกว่า 50% ของผู้ที่มารับการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกว่าจ้างในตำแหน่งที่ต้องใช้วุฒิปริญญาตรีบรรจุ เลือกสาขาศึกษา “ผิด” ทำให้ไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อว่าจ้าง การเลือกสาขาศึกษา “ผิด” จะเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

เลือกสาขาศึกษา “ผิด” มาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

ไม่ว่าจะเลือกสาขาผิดเพราะเหตุใดก็ตาม แต่สาเหตุที่แท้จริง คือ ผู้นั้นไม่รู้จักตัวตนดีพอในด้านความถนัดโดยธรรมชาติในการเรียน และไม่รู้ดีพอว่า ตนมีบุคลิกภาพอะไรบ้างที่เป็นจุดเด่น/จุดแข็ง และบุคลิกภาพอะไรบ้างที่เป็นจุดด้อย/จุดอ่อน และถึงแม้ว่าพอจะรู้ความถนัดฯ ในการเรียนประกอบกับบุคลิกภาพของตน แต่ก็ไม่รู้ดีพอว่า ความถนัดฯ และบุคลิกภาพของตนนี้สอดคล้องกับสาขาศึกษาไหนบ้าง สอดคล้องมากน้อยแค่ไหน

เลือกสาขาศึกษาผิด แล้วจะเป็นอย่างไร ?

คำพูดที่เป็นกับดักในการเลือกสาขาศึกษา ?

จะรู้ได้อย่างไรว่าชอบเพราะยังไม่ได้เข้าไปเรียน ไปสัมผัส อีกอย่างหนึ่ง หากรู้สึกว่าชอบแต่ไม่ค่อยมีความถนัดในการเรียน ความทุกข์ยากในการเรียน การสอบ ก็จะเกิดขึ้น ผลการเรียนคงไม่ดีพอ แล้วก็อยาก Admission/Entrance ใหม่ หรือทนเรียนไปจนจบอย่างทุลักทุเล อนาคตการหางาน การทำงานอาชีพคงจะทุลักทุเล มืดมน เช่นกัน

ดูเผินๆ เหมือนจะใช่ หากคุณมีเพียงความถนัดที่จะเรียนได้ดี แต่บุคลิกภาพคุณ ไม่ใช่/ไม่สอดคล้อง คุณก็ไม่มีความสุขในการเรียน ทำให้แรงจูงใจโดยธรรมชาติในการเรียนถูกบั่นทอนตลอดเวลา ยิ่งเมื่อจบมาแล้วต้องทำงานอาชีพอยู่กับสิ่งคุณที่ไม่ชอบ ชีวิตก็คงเครียด ขาดแรงจูงใจในการทำงาน อับเฉาอยู่เนืองๆ จึงเกิดลักษณะที่ว่า “ชอบ” กับ “ ใช่” ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคุณไม่มีความถนัดในการเรียนดีพอ โอกาสที่คุณจะสอบ Admission ได้ก็มีน้อย และถึงจะ Admission โอกาสที่จะเรียนได้ดีคงมีน้อย ดังนั้น โอกาสที่จะหางานดีๆ ได้ คงมีน้อยตามไปด้วย

กรณีนี้มักปลอบใจตนเองว่า จบแล้วคงพอมีงานทำ หรือ ยึดถือคติว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” แล้วก็ตายจริงๆ แต่เป็นการตายทั้งเป็น เพราะอะไรที่ง่ายๆ ย่อมไม่มีคุณค่าดีๆ เมื่อคุณจบ คุณจะมีความยากลำบากในการหางานอาชีพตามที่เรียนมา เงินเดือนต่ำ ความมั่นคงต่ำ มองไม่ค่อยเห็นอนาคตที่สดใส ชีวิตหดหู่ เศร้าหมอง รู้สึกมีปมด้อย

กรณีนี้ ก็คล้ายๆ กับคำพังเพยที่ว่า”ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ซึ่งนอกจากไม่จริงเสมอไปแล้ว ยังทำให้ชีวิตหลงทางได้ง่าย โดยเฉพาะในการเลือกสาขาศึกษา คุณคงประจักษ์ได้จากประสบการณ์ของคุณเองในการเรียนวิชาที่คุณมีความถนัดน้อย แม้ว่าคุณจะใช้ความพยายามทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอีก ผลการเรียนไม่ดี ดังนั้น คำพังเพยสำหรับกรณีนี้จึงไม่เป็นจริง และทำให้ชีวิตหลงทางได้โดยง่าย